Benxi
การท่องเที่ยวเชิงนิเวศบ้านปงไคร้

โครงการจัดฝึกอบรมกลุ่มงานปั้นดอกกล้วยไม้ฟ้ามุ่ย เพื่อพัฒนาศักยภาพในการรองรับกิจกรรมการท่องเที่ยวในชุมชน

หลักการและเหตุผล

          บ้านปงไคร้ หมู่ที่ 5  ตำบลโป่งแยง  อำเภอแม่ริม  จังหวัดเชียงใหม่ เป็นหมู่บ้านคนไทยพื้นเมืองเหนือขนาดเล็กตั้งอยู่ในหุบเขาห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ประมาณ 36 กิโลเมตร มีประชากรจำนวน 127 หลังคาเรือน รวม 463 คน ประกอบอาชีพเกษตรกรรม  ได้แก่ ปลูกพริกหวาน ไม้ตัดดอก ชุมชนมีการรวมกลุ่มกันอย่างเข้มแข็ง หมู่บ้านมีศักยภาพในการท่องเที่ยวเชิงนิเวศสูง ได้รับการส่งเสริมให้เป็นหมู่บ้านฟ้ามุ่ย เนื่องจากเป็นกล้วยไม้ธรรมชาติในท้องถิ่นที่มีการส่งเสริมให้เพาะเลี้ยงเกือบทุกหลังคาเรือน มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติกล้วยไม้ฟ้ามุ่ย กลุ่มเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกล้วยไม้ฟ้ามุ่ย และกลุ่มหัตถกรรมปั้นดินญี่ปุ่นเป็นกล้วยไม้ฟ้ามุ่ย รวมถึงกลุ่ม Home stay กลุ่มนวดแผนโบราณ รวมถึงกลุ่มการเกษตรในหมู่บ้าน ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีศักยภาพในการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวโดยชุมชน เพื่อเพิ่มระยะเวลาการทำกิจกรรมของกลุ่มนักท่องเที่ยวให้อยู่ในหมู่บ้านให้นานขึ้น และขยายกลุ่มเป้าหมายของการท่องเที่ยวเชิงนิเวศให้มากขึ้น

          โครงการการพัฒนาระบบการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและนวัตกรรมชุมชนบ้านปงไคร้ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งได้รับงบประมาณสนับสนุนจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย จึงมีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการเพื่อเตรียมความพร้อมและเพิ่มศักยภาพของชุมชนด้านการท่องเที่ยว เพิ่มทางเลือกด้านการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติให้กับนักท่องเที่ยว รวมถึงรองรับการกระจายการท่องเที่ยวจากเมืองเชียงใหม่สู่ชุมชนรอบนอก และจะเป็นการเชื่อมโยงกิจกรรมการท่องเที่ยวจากผู้ประกอบการท่องเที่ยวรายใหญ่ในชุมชนกระจายสู่ชาวบ้านในพื้นที่ และนำมาสู่การกระจายรายได้สู่ชุมชนเพิ่มมากขึ้นโดยกระบวนการมีส่วนร่วม ทั้งนี้ผลจากการดำเนินโครงการจะทำให้ชุมชนมีแผนการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและนวัตกรรมชุมชนเพื่อใช้ในการพัฒนาการท่องเที่ยวในชุมชน สร้างระบบการท่องเที่ยวโดยชุมชนได้อย่างยั่งยืน และสามารถใช้เป็นกรณีศึกษาของการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนเพื่อเป็นสถานที่ดูงานในการจัดประชุมเครือข่ายพื้นที่สงวนชีวมณฑลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ครั้งที่ 11 (11th Southeast Asian Biosphere Reserve Network ; SeaBRnet) ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุมในปี 2561 ณ จังหวัดเชียงใหม่ และสามารถเผยแพร่การดำเนินงานด้านการท่องเที่ยวขนาดเล็กโดยชุมชนให้มีชื่อเสียงในระดับสากลได้ รวมถึงตอบสนองการปฏิบัติตามแผนปฏิบัติการลิมา (Lima Action Plan) ที่พื้นที่สงวนชีวมณฑลทั่วโลกต้องปฏิบัติได้

          ทั้งนี้เพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพของชุมชนด้านการท่องเที่ยวด้วยการส่งเสริมทักษะการปั้นดอกกล้วยไม้ฟ้ามุ่ยให้กระจายแพร่หลายมากขึ้น จึงเห็นควรให้มีการจัดฝึกอบรมกลุ่มงานปั้นดอกกล้วยไม้ฟ้ามุ่ยเพื่อพัฒนาศักยภาพในการรองรับกิจกรรมการท่องเที่ยวในชุมชน เพื่อเป็นการอนุรักษ์การปั้นดอกกล้วยไม้ฟ้ามุ่ย ซึ่งเป็นกิจกรรมเด่นและเป็นสัญลักษณ์ของชุมชน อีกทั้งเป็นการต่อยอดให้เกิดกิจกรรมและสินค้าใหม่ดึงดูดนักท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้กับชุมชนมากขึ้นและเป็นการขยายเครือข่ายของกลุ่มงานปั้นดอกกล้วยไม้ฟ้ามุ่ยเพื่อขับเคลื่อนแผนพัฒนาการท่องเที่ยวและโครงการอื่นๆของชุมชนในอนาคต

วัตถุประสงค์

          2.1 เพื่อแนะนำพื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา – คอกม้า และโครงการการพัฒนาระบบการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและนวัตกรรมชุมชนบ้านปงไคร้ให้ผู้เข้าร่วมการฝึกอบรมได้รับทราบ

          2.2 เพื่ออนุรักษ์และส่งเสริมทักษะการปั้นดอกกล้วยไม้ฟ้ามุ่ยให้กระจายแพร่หลายและขยายเครือข่ายกลุ่ม งานปั้นดอกกล้วยไม้ฟ้ามุ่ย

          2.3 เพื่อให้เกิดกิจกรรมและสินค้าใหม่ เป็นการเพิ่มศักยภาพของชุมชนด้านการท่องเที่ยว

เป้าหมาย

         สมาชิกกลุ่มงานปั้นดอกกล้วยไม้ฟ้ามุ่ยและผู้สนใจเข้าร่วมการฝึกอบรมในชุมชน จำนวน 20 คน

วิธีการดำเนินงาน

              จัดการฝึกอบรมทักษะการปั้นดอกกล้วยไม้ฟ้ามุ่ยและแนวทางการพัฒนาเพื่อรองรับการท่องเที่ยวในชุมชน

รายละเอียดการดำเนินงาน

เนื้อหาวิชาการฝึกอบรม รวมจำนวน 16 ชั่วโมง 30 นาที

  1. แนะนำพื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา – คอกม้าและโครงการการพัฒนา 1 ชั่วโมง

    ระบบการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและนวัตกรรมชุมชนบ้านปงไคร้                           

  1. ความสำคัญของกล้วยไม้ฟ้ามุ่ย และระบบนิเวศที่เกี่ยวข้อง 1 ชั่วโมง
  2. วิธีการปั้นดินญี่ปุ่นและตัวอย่างรูปแบบผลิตภัณฑ์ 1 ชั่วโมง
  3. ฝึกปฏิบัติทักษะการปั้นดินญี่ปุ่นเบื้องต้น 1 ชั่วโมง 30 นาที
  4. ฝึกปฏิบัติการปั้นกล้วยไม้ฟ้ามุ่ย 5 ชั่วโมง 30 นาที
  5. ความคิดสร้างสรรค์ และศิลปะสื่อผสม           1 ชั่วโมง 30 นาที
  6. แนวทางการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการปั้นกล้วยไม้ฟ้ามุ่ยให้กับ 1 ชั่วโมง 30 นาที

    นักท่องเที่ยว                                                                    

  1. แนวทางรูปแบบการบรรจุหีบห่อและการสื่อความหมาย 1 ชั่วโมง 30 นาที

    เพื่อเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์                                                    

  1. ระดมความคิดเห็น เพื่อสร้างรูปแบบกิจกรรมและสินค้าเพื่อพัฒนา 2 ชั่วโมง

    การท่องเที่ยว                                                                   

          คณะวิทยากร

  1. วิทยากรจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
  2. วิทยากรจากหน่วยงานภายนอก

ระยะเวลาดำเนินการ

จำนวน 2 วัน ระหว่างเดือนเมษายน สิงหาคม 2561

สถานที่ดำเนินการ

โรงแรม รีสอร์ท หรือที่พักแบบโฮมสเตย์ในจังหวัดเชียงใหม่

โครงการจัดฝึกอบรมกลุ่มเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกล้วยไม้ฟ้ามุ่ย เพื่อพัฒนาศักยภาพในการรองรับกิจกรรมการท่องเที่ยวในชุมชน

หลักการและเหตุผล

          บ้านปงไคร้ หมู่ที่ 5  ตำบลโป่งแยง  อำเภอแม่ริม  จังหวัดเชียงใหม่ เป็นหมู่บ้านคนไทยพื้นเมืองเหนือขนาดเล็กตั้งอยู่ในหุบเขาห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ประมาณ 36 กิโลเมตร มีประชากรจำนวน 127 หลังคาเรือน รวม 463 คน ประกอบอาชีพเกษตรกรรม  ได้แก่ ปลูกพริกหวาน ไม้ตัดดอก ชุมชนมีการรวมกลุ่มกันอย่างเข้มแข็ง หมู่บ้านมีศักยภาพในการท่องเที่ยวเชิงนิเวศสูง ได้รับการส่งเสริมให้เป็นหมู่บ้านฟ้ามุ่ย เนื่องจากเป็นกล้วยไม้ธรรมชาติในท้องถิ่นที่มีการส่งเสริมให้เพาะเลี้ยงเกือบทุกหลังคาเรือน มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติกล้วยไม้ฟ้ามุ่ย กลุ่มเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกล้วยไม้ฟ้ามุ่ย และกลุ่มหัตถกรรมปั้นดินญี่ปุ่นเป็นกล้วยไม้ฟ้ามุ่ย รวมถึงกลุ่ม Home stay กลุ่มนวดแผนโบราณ รวมถึงกลุ่มการเกษตรในหมู่บ้าน ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีศักยภาพในการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวโดยชุมชน เพื่อเพิ่มระยะเวลาการทำกิจกรรมของกลุ่มนักท่องเที่ยวให้อยู่ในหมู่บ้านให้นานขึ้น และขยายกลุ่มเป้าหมายของการท่องเที่ยวเชิงนิเวศให้มากขึ้น

          โครงการการพัฒนาระบบการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและนวัตกรรมชุมชนบ้านปงไคร้ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งได้รับงบประมาณสนับสนุนจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย จึงมีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการเพื่อเตรียมความพร้อมและเพิ่มศักยภาพของชุมชนด้านการท่องเที่ยว เพิ่มทางเลือกด้านการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติให้กับนักท่องเที่ยว รวมถึงรองรับการกระจายการท่องเที่ยวจากเมืองเชียงใหม่สู่ชุมชนรอบนอก และจะเป็นการเชื่อมโยงกิจกรรมการท่องเที่ยวจากผู้ประกอบการท่องเที่ยวรายใหญ่ในชุมชนกระจายสู่ชาวบ้านในพื้นที่ และนำมาสู่การกระจายรายได้สู่ชุมชนเพิ่มมากขึ้นโดยกระบวนการมีส่วนร่วม ทั้งนี้ผลจากการดำเนินโครงการจะทำให้ชุมชนมีแผนการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและนวัตกรรมชุมชนเพื่อใช้ในการพัฒนาการท่องเที่ยวในชุมชน สร้างระบบการท่องเที่ยวโดยชุมชนได้อย่างยั่งยืน และสามารถใช้เป็นกรณีศึกษาของการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนเพื่อเป็นสถานที่ดูงานในการจัดประชุมเครือข่ายพื้นที่สงวนชีวมณฑลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ครั้งที่ 11 (11th Southeast Asian Biosphere Reserve Network ; SeaBRnet) ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุมในปี 2561 ณ จังหวัดเชียงใหม่ และสามารถเผยแพร่การดำเนินงานด้านการท่องเที่ยวขนาดเล็กโดยชุมชนให้มีชื่อเสียงในระดับสากลได้ รวมถึงตอบสนองการปฏิบัติตามแผนปฏิบัติการลิมา (Lima Action Plan) ที่พื้นที่สงวนชีวมณฑลทั่วโลกต้องปฏิบัติได้

          ดังนั้นเพื่อให้เกิดการพัฒนาศักยภาพในการรองรับกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศในชุมชนบ้านปงไคร้    ที่มีจุดเด่นในเรื่องของกล้วยไม้ฟ้ามุ่ยตามคำขวัญของชุมชนที่ว่า “เพาะกล้วยไม้คืนสู่ป่า ชมธรรมชาติ ไหว้พระธาตุศรีชลกรณ์” และชุมชนมีการรวมกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชนขนาดเล็กดำเนินการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อฟ้ามุ่ย   จนเป็นที่สนใจของนักศึกษา นักวิจัย และนักท่องเที่ยวทั่วไป ซึ่งมีศักยภาพที่จะต่อยอดเชื่อมโยงกิจกรรมของ            กลุ่มเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกล้วยไม้ฟ้ามุ่ยให้เข้ากับการท่องเที่ยวเชิงนิเวศได้ จึงเห็นสมควรจัดฝึกอบรบกลุ่มเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกล้วยไม้ฟ้ามุ่ยให้สามารถพัฒนากิจกรรมในกลุ่มตนเองเพื่อรองรับกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้เพื่อเชื่อมต่อกับการท่องเที่ยวเชิงนิเวศในชุมชนได้

วัตถุประสงค์

          2.1 เพื่อพัฒนาศักยภาพของกลุ่มเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกล้วยไม้ฟ้ามุ่ยให้รองรับกิจกรรมการท่องเที่ยว      เชิงเรียนรู้ได้

          2.2 เพื่อระดมความคิดจากกลุ่มผู้เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกล้วยไม้ฟ้ามุ่ย ถึงแนวทางในการจัดการ        การพัฒนาศูนย์เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกล้วยไม้ของชุมชน ให้สามารถรองรับการท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เป้าหมาย

       กลุ่มเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกล้วยไม้ฟ้ามุ่ยและคนในชุมชนที่เกี่ยวข้อง จำนวน 20 คน

วิธีการดำเนินงาน

          จัดฝึกอบรมเพื่อให้ความรู้กับกลุ่มเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกล้วยไม้ฟ้ามุ่ยและคนในชุมชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มศักยภาพในการเข้าร่วมกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวในชุมชน ในเนื้อหาต่างๆ

รายละเอียดการดำเนินงาน

เนื้อหาวิชาการฝึกอบรม รวมจำนวน 16 ชั่วโมง 30 นาที

1. แนะนำโครงการการพัฒนาระบบการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและนวัตกรรมชุมชนบ้านปงไคร้

30 นาที

2. บรรยายเรื่องหลักการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์

3. บรรยายเรื่อง เทคนิคการสื่อความหมายธรรมชาติและการถ่ายทอด     องค์ความรู้ให้นักท่องเที่ยว

2 ชั่วโมง 30 นาที

  3 ชั่วโมง

4. ฝึกปฎิบัติการสำรวจกล้วยไม้ในชุมชน

1 ชั่วโมง 30 นาที

5. ระดมความคิดเห็นเพื่อกำหนดขอบเขตการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้เกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงกล้วยไม้ฟ้ามุ่ย

  1 ชั่วโมง

6. ฝึกปฏิบัติเทคนิคการเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ด้านการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกล้วยไม้ฟ้ามุ่ยให้กับนักท่องเที่ยว

7. ฝึกปฏิบัติการเป็นมัคคุเทศก์แนะนำเส้นทางการชมฟ้ามุ่ยในหมู่บ้าน  และในเส้นทางศึกษาธรรมชาติ

8. ระดมความคิดเห็นแนวทางในพัฒนาศูนย์เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกล้วยไม้ฟ้ามุ่ยเพื่อรองรับต่อการเป็นแหล่งท่องเที่ยวของชุมชน

   3 ชั่วโมง

   3 ชั่วโมง

   2 ชั่วโมง

ระยะเวลาดำเนินการ

         จำนวน 2 วัน ระหว่างเดือนเมษายน – สิงหาคม 2561

สถานที่ดำเนินการ

โรงแรม รีสอร์ท หรือที่พักแบบโฮมสเตย์ในจังหวัดเชียงใหม่

โครงการจัดฝึกอบรมกลุ่มผู้ประกอบการรีสอร์ทขนาดเล็กและโฮมสเตย์ (Homestay) บ้านปงไคร้

หลักการและเหตุผล

          บ้านปงไคร้ หมู่ที่ 5  ตำบลโป่งแยง  อำเภอแม่ริม  จังหวัดเชียงใหม่ เป็นหมู่บ้านคนไทยพื้นเมืองเหนือขนาดเล็กตั้งอยู่ในหุบเขาห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ประมาณ 36 กิโลเมตร มีประชากรจำนวน 127 หลังคาเรือน รวม 463 คน ประกอบอาชีพเกษตรกรรม  ได้แก่ ปลูกพริกหวาน ไม้ตัดดอก ชุมชนมีการรวมกลุ่มกันอย่างเข้มแข็ง หมู่บ้านมีศักยภาพในการท่องเที่ยวเชิงนิเวศสูง ได้รับการส่งเสริมให้เป็นหมู่บ้านฟ้ามุ่ย เนื่องจากเป็นกล้วยไม้ธรรมชาติในท้องถิ่นที่มีการส่งเสริมให้เพาะเลี้ยงเกือบทุกหลังคาเรือน มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติกล้วยไม้ฟ้ามุ่ย กลุ่มเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกล้วยไม้ฟ้ามุ่ย และกลุ่มหัตถกรรมปั้นดินญี่ปุ่นเป็นกล้วยไม้ฟ้ามุ่ย รวมถึงกลุ่ม Home stay กลุ่มนวดแผนโบราณ รวมถึงกลุ่มการเกษตรในหมู่บ้าน ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีศักยภาพในการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวโดยชุมชน เพื่อเพิ่มระยะเวลาการทำกิจกรรมของกลุ่มนักท่องเที่ยวให้อยู่ในหมู่บ้านให้นานขึ้น และขยายกลุ่มเป้าหมายของการท่องเที่ยวเชิงนิเวศให้มากขึ้น

          โครงการการพัฒนาระบบการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและนวัตกรรมชุมชนบ้านปงไคร้ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งได้รับงบประมาณสนับสนุนจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย จึงมีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการเพื่อเตรียมความพร้อมและเพิ่มศักยภาพของชุมชนด้านการท่องเที่ยว เพิ่มทางเลือกด้านการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติให้กับนักท่องเที่ยว รวมถึงรองรับการกระจายการท่องเที่ยวจากเมืองเชียงใหม่สู่ชุมชนรอบนอก และจะเป็นการเชื่อมโยงกิจกรรมการท่องเที่ยวจากผู้ประกอบการท่องเที่ยวรายใหญ่ในชุมชนกระจายสู่ชาวบ้านในพื้นที่ และนำมาสู่การกระจายรายได้สู่ชุมชนเพิ่มมากขึ้นโดยกระบวนการมีส่วนร่วม ทั้งนี้ผลจากการดำเนินโครงการจะทำให้ชุมชนมีแผนการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและนวัตกรรมชุมชนเพื่อใช้ในการพัฒนาการท่องเที่ยวในชุมชน สร้างระบบการท่องเที่ยวโดยชุมชนได้อย่างยั่งยืน และสามารถใช้เป็นกรณีศึกษาของการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนเพื่อเป็นสถานที่ดูงานในการจัดประชุมเครือข่ายพื้นที่สงวนชีวมณฑลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ครั้งที่ 11 (11th Southeast Asian Biosphere Reserve Network ; SeaBRnet) ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุมในปี 2561 ณ จังหวัดเชียงใหม่ และสามารถเผยแพร่การดำเนินงานด้านการท่องเที่ยวขนาดเล็กโดยชุมชนให้มีชื่อเสียงในระดับสากลได้ รวมถึงตอบสนองการปฏิบัติตามแผนปฏิบัติการลิมา (Lima Action Plan) ที่พื้นที่สงวนชีวมณฑลทั่วโลกต้องปฏิบัติได้

          ทั้งนี้เพื่อให้การพัฒนาการท่องเที่ยวในชุมชนปงไคร้ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับ    ความต้องการของชุมชนและเหมาะสมกับทรัพยากรที่มีอยู่ จึงเห็นควรให้มีการจัดฝึกอบรมกลุ่มผู้ประกอบการ รีสอร์ทขนาดเล็กและโฮมสเตย์ ชุมชนปงไคร้ เพื่อพัฒนาศักยภาพในการรองรับกิจกรรมการท่องเที่ยวในชุมชนเนื่องจากกลุ่มผู้ประกอบการรีสอร์ทขนาดเล็กและโฮมสเตย์เป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยกำหนดแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยว อีกทั้งเป็นการสร้างเครือข่ายของกลุ่มผู้ประกอบการรีสอร์ทขนาดเล็กและโฮมสเตย์เพื่อการรวบรวมข้อมูลและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับกิจกรรมการท่องเที่ยวนำไปสู่การสร้างนวัตกรรมต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนแผนพัฒนาการท่องเที่ยวและโครงการอื่นๆของชุมชนในอนาคต

วัตถุประสงค์

          2.1 เพื่อแนะนำพื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา – คอกม้า และสื่อสารแนวทางให้กลุ่มผู้ประกอบการรีสอร์ท ขนาดเล็กและโฮมสเตย์มีความเข้าใจจุดประสงค์ของโครงการ   

          2.2 เพื่อสร้างเครือข่ายกลุ่มผู้ประกอบการรีสอร์ทขนาดเล็กและโฮมสเตย์นำมาซึ่งการรวบรวมข้อมูล แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ เกี่ยวกับกิจกรรมการท่องเที่ยว

          2.3 สร้างแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวที่มีศักยภาพและเหมาะสมสอดคล้องกับภูมิสังคม       และทรัพยากรของชุมชน เพื่อคงไว้ซึ่งวัฒนธรรมและทรัพยากรธรรมชาติ

เป้าหมาย

         ผู้ประกอบการรีสอร์ทขนาดเล็กและโฮมสเตย์ในพื้นที่ จำนวน 20 คน

วิธีการดำเนินงาน

            จัดการอบรมทำความเข้าใจ และระดมความคิดเห็นของกลุ่มผู้ประกอบการรีสอร์ทขนาดเล็กและโฮมสเตย์ เพื่อรวบรวมเป็นข้อมูลในการกำหนดแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวของชุมชน

รายละเอียดการดำเนินงาน

เนื้อหาวิชาการฝึกอบรม รวมจำนวน 15 ชั่วโมง

  1. แนะนำพื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา –คอกม้าและโครงการพัฒนา 1 ชั่วโมง

    ระบบการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและนวัตกรรมชุมชนบ้านปงไคร้                           

  1. การเป็นเจ้าบ้านที่ดีเพื่อความประทับใจของนักท่องเที่ยว 2 ชั่วโมง
  2. การจัดภูมิทัศน์ชุมชนและที่อยู่อาศัย 1 ชั่วโมง 30 นาที
  3. มาตรฐานรีสอร์ทและโฮมสเตย์ 2 ชั่วโมง 30 นาที
  4. แนวทางการประชาสัมพันธ์กิจการที่พักเพื่อการท่องเที่ยว 1 ชั่วโมง
  5. ภาษาอังกฤษสำหรับงานบริการ 2 ชั่วโมง
  6. รูปแบบและการสื่อความหมายเพื่อการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ 1 ชั่วโมง
  7. การสร้างเครือข่าย และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น 2 ชั่วโมง

    เกี่ยวกับการท่องเที่ยวในชุมชน

  1. ระดมความคิดเห็น เกี่ยวกับแนวทางการพัฒนา                    2 ชั่วโมง

    การท่องเที่ยวในชุมชน

          คณะวิทยากร

          1.วิทยากรจากสำนักงานพื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา – คอกม้า

          2.วิทยากรจากภาครัฐและเอกชน

          เทคนิคการฝึกอบรม

          บรรยาย / ระดมความความคิดเห็น / แลกเปลี่ยนประสบการณ์

ระยะเวลาดำเนินการ

        จำนวน 2 วัน ระหว่างเดือนเมษายน – สิงหาคม 2561

สถานที่ดำเนินการ

โรงแรม รีสอร์ท หรือที่พักแบบโฮมสเตย์ในจังหวัดเชียงใหม่

โครงการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อทดลองเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและนวัตกรรมชุมชนบ้านปงไคร้

หลักการและเหตุผล

          บ้านปงไคร้ หมู่ที่ 5  ตำบลโป่งแยง  อำเภอแม่ริม  จังหวัดเชียงใหม่ เป็นหมู่บ้านคนไทยพื้นเมืองเหนือขนาดเล็กตั้งอยู่ในหุบเขาห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ประมาณ 36 กิโลเมตร มีประชากรจำนวน 127 หลังคาเรือน รวม 463 คน ประกอบอาชีพเกษตรกรรม  ได้แก่ ปลูกพริกหวาน ไม้ตัดดอก ชุมชนมีการรวมกลุ่มกันอย่างเข้มแข็ง หมู่บ้านมีศักยภาพในการท่องเที่ยวเชิงนิเวศสูง ได้รับการส่งเสริมให้เป็นหมู่บ้านฟ้ามุ่ย เนื่องจากเป็นกล้วยไม้ธรรมชาติในท้องถิ่นที่มีการส่งเสริมให้เพาะเลี้ยงเกือบทุกหลังคาเรือน มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติกล้วยไม้ฟ้ามุ่ย กลุ่มเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกล้วยไม้ฟ้ามุ่ย และกลุ่มหัตถกรรมปั้นดินญี่ปุ่นเป็นกล้วยไม้ฟ้ามุ่ย รวมถึงกลุ่ม Home stay กลุ่มนวดแผนโบราณ รวมถึงกลุ่มการเกษตรในหมู่บ้าน ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีศักยภาพในการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวโดยชุมชน เพื่อเพิ่มระยะเวลาการทำกิจกรรมของกลุ่มนักท่องเที่ยวให้อยู่ในหมู่บ้านให้นานขึ้น และขยายกลุ่มเป้าหมายของการท่องเที่ยวเชิงนิเวศให้มากขึ้น

          โครงการการพัฒนาระบบการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและนวัตกรรมชุมชนบ้านปงไคร้ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งได้รับงบประมาณสนับสนุนจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย จึงมีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการเพื่อเตรียมความพร้อมและเพิ่มศักยภาพของชุมชนด้านการท่องเที่ยว เพิ่มทางเลือกด้านการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติให้กับนักท่องเที่ยว รวมถึงรองรับการกระจายการท่องเที่ยวจากเมืองเชียงใหม่สู่ชุมชนรอบนอก และจะเป็นการเชื่อมโยงกิจกรรมการท่องเที่ยวจากผู้ประกอบการท่องเที่ยวรายใหญ่ในชุมชนกระจายสู่ชาวบ้านในพื้นที่ และนำมาสู่การกระจายรายได้สู่ชุมชนเพิ่มมากขึ้นโดยกระบวนการมีส่วนร่วม ทั้งนี้ผลจากการดำเนินโครงการจะทำให้ชุมชนมีแผนการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและนวัตกรรมชุมชนเพื่อใช้ในการพัฒนาการท่องเที่ยวในชุมชน สร้างระบบการท่องเที่ยวโดยชุมชนได้อย่างยั่งยืน และสามารถใช้เป็นกรณีศึกษาของการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนเพื่อเป็นสถานที่ดูงานในการจัดประชุมเครือข่ายพื้นที่สงวนชีวมณฑลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ครั้งที่ 11 (11th Southeast Asian Biosphere Reserve Network ; SeaBRnet) ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุมในปี 2561 ณ จังหวัดเชียงใหม่ และสามารถเผยแพร่การดำเนินงานด้านการท่องเที่ยวขนาดเล็กโดยชุมชนให้มีชื่อเสียงในระดับสากลได้ รวมถึงตอบสนองการปฏิบัติตามแผนปฏิบัติการลิมา (Lima Action Plan) ที่พื้นที่สงวนชีวมณฑลทั่วโลกต้องปฏิบัติได้

          จากกระบวนการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศบ้านปงไคร้ที่ได้ดำเนินการวิเคราะห์ฐานข้อมูลแหล่งท่องเที่ยว นวัตกรรมและเส้นทางศึกษาธรรมชาติ รวมทั้งการระดมความคิดจากทุกภาคส่วนเพื่อพัฒนารูปแบบการท่องเที่ยวเชิงนิเวศในชุมชนปงไคร้ เพื่อให้แผนแม่บทดังกล่าวมีประสิทธิภาพมากที่สุด จึงจำเป็นต้องมีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อทดลองเส้นทางท่องเที่ยวเชิงนิเวศบ้านปงไคร้ที่ได้กำหนดขึ้นโดยการจำลองสถานการณ์จริง โดยมีตัวแทนจากนักท่องเที่ยวทั่วไป และนักท่องเที่ยวที่เป็นเจ้าของสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ เข้าร่วมทดลองเส้นทางท่องเที่ยวเชิงนิเวศบ้านปงไคร้เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ร่วมกันระดมความคิดเห็นเพื่อเป็นแนวทางพัฒนาและปรับปรุงกิจกรรมในเส้นทางท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และเป็นการรวบรวมฐานข้อมูลด้านบทความ ภาพถ่าย และภาพเคลื่อนไหวเพื่อใช้ในการประชาสัมพันธ์ต่อไป

วัตถุประสงค์

          2.1 เพื่อประชาสัมพันธ์และทดลองเส้นทางท่องเที่ยวเชิงนิเวศบ้านปงไคร้

          2.2 เพื่อนำข้อมูลผลตอบรับจากการทดลองใช้เส้นทางท่องเที่ยวมาปรับใช้ในการกำหนดรูปแบบการท่องเที่ยวในชุมชน

เป้าหมาย

      ตัวแทนนักท่องเที่ยว / Blogger / Youtuber / ตัวแทนสื่อ และผู้ประกอบการท่องเที่ยว จำนวน 20 คน

วิธีการดำเนินงาน

     ให้กลุ่มเป้าหมายทดลองเส้นทางท่องเที่ยวเชิงนิเวศตามที่ได้กำหนดไว้ในร่างแผนแม่บทการพัฒนา การท่องเที่ยวเชิงนิเวศบ้านปงไคร้ โดยจำลองสถานการณ์การท่องเที่ยวจริงและจัดประชุมเชิงปฏิบัติการระดมความคิดเห็นต่อเส้นทางท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่ได้ทดลองใช้

รายละเอียดการดำเนินงาน

เนื้อหาวิชาการประชุม รวมจำนวน 16 ชั่วโมง 30 นาที

1. บรรยายข้อมูลพื้นฐาน ความเป็นมารูปแบบการท่องเที่ยว     ของชุมชน และเส้นทางท่องเที่ยวเชิงนิเวศบ้านปงไคร้

      1 ชั่วโมง

2. ทดลองเส้นทางท่องเที่ยวเชิงนิเวศชุมชนปงไคร้

      11 ชั่วโมง

3. ระดมความคิดวิเคราะห์จุดแข็งและจุดด้อยของเส้นทาง       และกิจกรรมการท่องเที่ยวที่ควรปรับปรุง

      2 ชั่วโมง

4. ระดมความคิดเพื่อเสนอแนวทางพัฒนาและประชาสัมพันธ์เส้นทางการท่องเที่ยวเชิงนิเวศบ้านปงไคร้

2 ชั่วโมง 30 นาที

          คณะวิทยากร

  1. วิทยากรจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
  2. วิทยากรจากชุมชนบ้านปงไคร้
  3. วิทยากรจากหน่วยงานภายนอก

          เทคนิคการประชุม

          บรรยาย / ฝึกปฏิบัติ

ระยะเวลาดำเนินการ

         จำนวน 2 วัน ระหว่างเดือนเมษายน – สิงหาคม 2561

สถานที่ดำเนินการ

โรงแรม รีสอร์ท หรือที่พักแบบโฮมสเตย์ในหมู่บ้านปงไคร้

โครงการฝึกอบรมมัคคุเทศก์ท้องถิ่น

หลักการและเหตุผล

          บ้านปงไคร้ หมู่ที่ 5  ตำบลโป่งแยง  อำเภอแม่ริม  จังหวัดเชียงใหม่ เป็นหมู่บ้านคนไทยพื้นเมืองเหนือขนาดเล็กตั้งอยู่ในหุบเขาห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ประมาณ 36 กิโลเมตร มีประชากรจำนวน 127 หลังคาเรือน รวม 463 คน ประกอบอาชีพเกษตรกรรม  ได้แก่ ปลูกพริกหวาน ไม้ตัดดอก ชุมชนมีการรวมกลุ่มกันอย่างเข้มแข็ง หมู่บ้านมีศักยภาพในการท่องเที่ยวเชิงนิเวศสูง ได้รับการส่งเสริมให้เป็นหมู่บ้านฟ้ามุ่ย เนื่องจากเป็นกล้วยไม้ธรรมชาติในท้องถิ่นที่มีการส่งเสริมให้เพาะเลี้ยงเกือบทุกหลังคาเรือน มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติกล้วยไม้ฟ้ามุ่ย กลุ่มเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกล้วยไม้ฟ้ามุ่ย และกลุ่มหัตถกรรมปั้นดินญี่ปุ่นเป็นกล้วยไม้ฟ้ามุ่ย รวมถึงกลุ่ม Home stay กลุ่มนวดแผนโบราณ รวมถึงกลุ่มการเกษตรในหมู่บ้าน ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีศักยภาพในการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวโดยชุมชน เพื่อเพิ่มระยะเวลาการทำกิจกรรมของกลุ่มนักท่องเที่ยวให้อยู่ในหมู่บ้านให้นานขึ้น และขยายกลุ่มเป้าหมายของการท่องเที่ยวเชิงนิเวศให้มากขึ้น

          โครงการการพัฒนาระบบการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและนวัตกรรมชุมชนบ้านปงไคร้ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งได้รับงบประมาณสนับสนุนจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย จึงมีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการเพื่อเตรียมความพร้อมและเพิ่มศักยภาพของชุมชนด้านการท่องเที่ยว เพิ่มทางเลือกด้านการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติให้กับนักท่องเที่ยว รวมถึงรองรับการกระจายการท่องเที่ยวจากเมืองเชียงใหม่สู่ชุมชนรอบนอก และจะเป็นการเชื่อมโยงกิจกรรมการท่องเที่ยวจากผู้ประกอบการท่องเที่ยวรายใหญ่ในชุมชนกระจายสู่ชาวบ้านในพื้นที่ และนำมาสู่การกระจายรายได้สู่ชุมชนเพิ่มมากขึ้นโดยกระบวนการมีส่วนร่วม ทั้งนี้ผลจากการดำเนินโครงการจะทำให้ชุมชนมีแผนการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและนวัตกรรมชุมชนเพื่อใช้ในการพัฒนาการท่องเที่ยวในชุมชน สร้างระบบการท่องเที่ยวโดยชุมชนได้อย่างยั่งยืน และสามารถใช้เป็นกรณีศึกษาของการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนเพื่อเป็นสถานที่ดูงานในการจัดประชุมเครือข่ายพื้นที่สงวนชีวมณฑลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ครั้งที่ 11 (11th Southeast Asian Biosphere Reserve Network ; SeaBRnet) ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุมในปี 2561 ณ จังหวัดเชียงใหม่ และสามารถเผยแพร่การดำเนินงานด้านการท่องเที่ยวขนาดเล็กโดยชุมชนให้มีชื่อเสียงในระดับสากลได้ รวมถึงตอบสนองการปฏิบัติตามแผนปฏิบัติการลิมา (Lima Action Plan) ที่พื้นที่สงวนชีวมณฑลทั่วโลกต้องปฏิบัติได้

          ดังนั้นเพื่อให้เกิดการพัฒนาศักยภาพในการรองรับกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศในชุมชนบ้านปงไคร้ตามวัตถุประสงค์ของโครงการ จึงสมควรให้มีการจัดโครงการฝึกอบรมมัคคุเทศก์ท้องถิ่น เพื่อให้มัคคุเทศก์ท้องถิ่นมีบทบาทสำคัญในการแนะนำการท่องเที่ยวในชุมชน ทำให้นักท่องเที่ยวเกิดความเข้าใจในวิถีชีวิตชุมชน เกิดความสนุกสนานในการท่องเที่ยว และเกิดความประทับใจในตัวชุมชนจากการนำเที่ยวของมัคคุเทศก์ท้องถิ่น ซึ่งจะเป็นการพัฒนาให้คนในชุมชนมีศักยภาพในการรองรับกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศในอนาคตอย่างยั่งยืนได้

วัตถุประสงค์

          2.1 เพื่อพัฒนาศักยภาพของคนในท้องถิ่นให้มีทักษะในการสื่อสารคุณค่าของแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศและสื่อความหมายในเส้นทางการท่องเที่ยวของชุมชนให้กับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

          2.2 เพื่อพัฒนาอาชีพมัคคุเทศก์ท้องถิ่นให้กับคนในชุมชนและสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ได้       ในการประกอบอาชีพ สร้างรายได้ และรองรับการเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศในชุมชนได้

เป้าหมาย

    ชุมชนบ้านปงไคร้ ตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่  จำนวน 30 คน

วิธีการดำเนินงาน

    บรรยาย / ระดมความคิดเห็น / ฝึกปฏิบัติ

รายละเอียดการดำเนินงาน

เนื้อหาวิชาการฝึกอบรม รวมจำนวน 15 ชั่วโมง 30 นาที

1. แนะนำโครงการการพัฒนาระบบการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ                 และนวัตกรรมชุมชนบ้านปงไคร้

30 นาที

2. บรรยายเรื่องแนวคิดและหลักการการนำเที่ยวโดยชุมชน

3. บรรยายเรื่องทักษะการเป็นมัคคุเทศก์ที่ดี

1 ชั่วโมง 30 นาที

    1 ชั่วโมง

4. บรรยายเรื่องทักษะการสื่อสาร การสื่อความหมายด้านการท่องเที่ยว

1 ชั่วโมง 30 นาที

5. ฝึกปฏิบัติการเป็นมัคคุเทศน์ท้องถิ่นในสถานการณ์ต่างๆ

2 ชั่วโมง 30 นาที

6. สรุปและทบทวนการฝึกอบรมประจำวัน

    1 ชั่วโมง

7. ฝึกปฏิบัติการเป็นมัคคุเทศน์ท้องถิ่นในเส้นทางศึกษาธรรมชาติ

8. บรรยายเรื่องทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษด้านการท่องเที่ยว

9. ระดมความคิดเห็นเรื่องจุดเด่นของแหล่งท่องเที่ยวในชุมชน              เพื่อพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวในชุมชนและจัดตั้งเป็นกลุ่มอาชีพมัคคุเทศก์ท้องถิ่นในชุมชน

3 ชั่วโมง 30 นาที

1 ชั่วโมง 30 นาที

2 ชั่วโมง 30 นาที

คณะวิทยากร

  1. วิทยากรจากสำนักงานพื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา – คอกม้า
  2. วิทยากรจากสถาบันการศึกษา

ระยะเวลาดำเนินการ

         จำนวน 2 วัน ระหว่างเดือนเมษายน – สิงหาคม 2561

สถานที่ดำเนินการ

โรงแรม รีสอร์ท หรือที่พักแบบโฮมสเตย์ในจังหวัดเชียงใหม่

โครงการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการการพัฒนาแผนแม่บทเพื่อปรับปรุงการท่องเที่ยวเชิงนิเวศบ้านปงไคร้

หลักการและเหตุผล

          บ้านปงไคร้ หมู่ที่ 5  ตำบลโป่งแยง  อำเภอแม่ริม  จังหวัดเชียงใหม่ เป็นหมู่บ้านคนไทยพื้นเมืองเหนือขนาดเล็กตั้งอยู่ในหุบเขาห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ประมาณ 36 กิโลเมตร มีประชากรจำนวน 127 หลังคาเรือน รวม 463 คน ประกอบอาชีพเกษตรกรรม  ได้แก่ ปลูกพริกหวาน ไม้ตัดดอก ชุมชนมีการรวมกลุ่มกันอย่างเข้มแข็ง หมู่บ้านมีศักยภาพในการท่องเที่ยวเชิงนิเวศสูง ได้รับการส่งเสริมให้เป็นหมู่บ้านฟ้ามุ่ย เนื่องจากเป็นกล้วยไม้ธรรมชาติในท้องถิ่นที่มีการส่งเสริมให้เพาะเลี้ยงเกือบทุกหลังคาเรือน มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติกล้วยไม้ฟ้ามุ่ย กลุ่มเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกล้วยไม้ฟ้ามุ่ย และกลุ่มหัตถกรรมปั้นดินญี่ปุ่นเป็นกล้วยไม้ฟ้ามุ่ย รวมถึงกลุ่ม Home stay กลุ่มนวดแผนโบราณ รวมถึงกลุ่มการเกษตรในหมู่บ้าน ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีศักยภาพในการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวโดยชุมชน เพื่อเพิ่มระยะเวลาการทำกิจกรรมของกลุ่มนักท่องเที่ยวให้อยู่ในหมู่บ้านให้นานขึ้น และขยายกลุ่มเป้าหมายของการท่องเที่ยวเชิงนิเวศให้มากขึ้น

          โครงการการพัฒนาระบบการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและนวัตกรรมชุมชนบ้านปงไคร้ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งได้รับงบประมาณสนับสนุนจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย จึงมีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการเพื่อเตรียมความพร้อมและเพิ่มศักยภาพของชุมชนด้านการท่องเที่ยว เพิ่มทางเลือกด้านการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติให้กับนักท่องเที่ยว รวมถึงรองรับการกระจายการท่องเที่ยวจากเมืองเชียงใหม่สู่ชุมชนรอบนอก และจะเป็นการเชื่อมโยงกิจกรรมการท่องเที่ยวจากผู้ประกอบการท่องเที่ยวรายใหญ่ในชุมชนกระจายสู่ชาวบ้านในพื้นที่ และนำมาสู่การกระจายรายได้สู่ชุมชนเพิ่มมากขึ้นโดยกระบวนการมีส่วนร่วม ทั้งนี้ผลจากการดำเนินโครงการจะทำให้ชุมชนมีแผนการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและนวัตกรรมชุมชนเพื่อใช้ในการพัฒนาการท่องเที่ยวในชุมชน สร้างระบบการท่องเที่ยวโดยชุมชนได้อย่างยั่งยืน และสามารถใช้เป็นกรณีศึกษาของการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนเพื่อเป็นสถานที่ดูงานในการจัดประชุมเครือข่ายพื้นที่สงวนชีวมณฑลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ครั้งที่ 11 (11th Southeast Asian Biosphere Reserve Network ; SeaBRnet) ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุมในปี 2561 ณ จังหวัดเชียงใหม่ และสามารถเผยแพร่การดำเนินงานด้านการท่องเที่ยวขนาดเล็กโดยชุมชนให้มีชื่อเสียงในระดับสากลได้ รวมถึงตอบสนองการปฏิบัติตามแผนปฏิบัติการลิมา (Lima Action Plan) ที่พื้นที่สงวนชีวมณฑลทั่วโลกต้องปฏิบัติได้

        สำนักงานพื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา – คอกม้า ได้จัดให้มีการประชุมเชิงปฎิบัติการเพื่อวิเคราะห์ฐานข้อมูลแหล่งท่องเที่ยว เส้นทางศึกษาธรรมชาติและนวัตกรรมชุมชนที่ตอบสนองต่อการท่องเที่ยว ตลอดจนมีการจัดทำแบบร่างเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและแผนปรับปรุงภูมิทัศน์ชุมชน ดังนั้นเพื่อให้เกิด         การดำเนินการนำไปสู่เป้าหมายต่อไปในการจัดทำแผนแม่บทเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศชุมชนบ้าน    ปงไคร้ จึงต้องมีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ การพัฒนาแผนแม่บทเพื่อปรับปรุงการท่องเที่ยวเชิงนิเวศบ้าน  ปงไคร้ขึ้น เพื่อให้ชุมชนมีความเข้าใจและมีส่วนร่วมในการระดมความคิดเห็นในการจัดทำแผนแม่บทต่อไป

วัตถุประสงค์

          2.1 เพื่อนำเสนอแผนแม่บทเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศของชุมชนบ้านปงไคร้ ฉบับร่างครั้งที่ 1 ให้ชุมชนมีความเข้าใจและเห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้น

          2.2 เพื่อเผยแพร่ข้อมูลการท่องเที่ยวเชิงลึกแก่คนในชุมชน

         2.3 เพื่อแลกเปลี่ยน ระดมความคิดเห็นและเก็บข้อมูลเพิ่มเติมจากชุมชน ในการปรับปรุงจัดทำแผนแม่บทฉบับครั้งสุดท้ายก่อนนำไปประชาพิจารณ์

เป้าหมาย

      ตัวแทนคนในชุมชนบ้านปงไคร้และผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่ จำนวน 35 คน

วิธีการดำเนินงาน

       จัดประชุมเชิงปฏิบัติการนำเสนอแผนขั้นพัฒนาแบบร่าง (Design Development) เส้นทางการท่องเที่ยว เชิงนิเวศและแผนปรับปรุงภูมิทัศน์ชุมชนบ้านปงไคร้ต่อชุมชนผ่านสื่อดิจิตอล และสัมมนาแลกเปลี่ยน      ความคิดเห็นในที่ประชุมเพื่อหาข้อตกลงร่วมกัน

รายละเอียดการดำเนินงาน

เนื้อหาวิชาการประชุม รวมจำนวน 9 ชั่วโมง

1. ทบทวนแนวความคิดหลักของโครงการพัฒนาระบบ           การท่องเที่ยวเชิงนิเวศและนวัตกรรมชุมชนปงไคร้

    1 ชั่วโมง

2. นำเสนอแผนขั้นพัฒนาแบบร่าง (Design Development) เส้นทางการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและแผนปรับปรุงภูมิทัศน์    ชุมชนบ้านปงไคร้

    2 ชั่วโมง

3. นำเสนอแบบการปรับปรุงเส้นทางศึกษาธรรมชาติ

1 ชั่วโมง 30 นาที

4. ระดมความคิดเห็นของชุมชนเพื่อพัฒนาโปรแกรมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศบ้านปงไคร้

1 ชั่วโมง 30 นาที

5. ระดมความคิดเห็นชุมชนต่อแผนแม่บทเพื่อปรับปรุง           การท่องเที่ยวเชิงนิเวศบ้านปงไคร้

1 ชั่วโมง 30 นาที

6. ระดมความคิดเห็นเพื่อกำหนดกรอบความรับผิดชอบ            ในการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศบ้านปงไคร้

1 ชั่วโมง 30 นาที

          คณะวิทยากร

  1. วิทยากรจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
  2. วิทยากรจากสถาบันการศึกษา

ระยะเวลาดำเนินการ

      จำนวน 1 วัน ระหว่างเดือนเมษายน – สิงหาคม 2561

สถานที่ดำเนินการ

โรงแรม รีสอร์ท หรือที่พักแบบโฮมสเตย์ในจังหวัดเชียงใหม่