Benxi
ผลการดำเนินการ 2560

โครงการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อผลักดันการนำระบบการจ่ายค่าตอบแทนบริการทางระบบนิเวศ (Payment for Ecosystem Services: PES) มาใช้ในพื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา – คอกม้า (รุ่นที่ 1)


หลักการและเหตุผล

          พื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา - คอกม้า ได้รับการประกาศจากองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization: UNESCO) ให้เป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑลเมื่อปี 2520 นับเป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑลที่เป็นตัวแทนของระบบนิเวศป่าดิบเขาที่มีบทบาทสำคัญในการศึกษาและวิจัยทางด้านลุ่มน้ำและอุทกวิทยา และเป็นต้นแบบของการจัดการลุ่มน้ำของประเทศไทยรวมทั้งเป็นแหล่งที่มีความหลากหลายทางชีวภาพทั้งชนิดพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์ เป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางด้านวัฒนธรรม และช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงใหม่โดยมุ่งหวังให้เป็นพื้นที่ต้นแบบ เพื่อให้คนรุ่นต่อไปได้เรียนรู้ว่า มนุษย์สามารถใช้องค์ความรู้ในการบริหารจัดการให้สามารถอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างยั่งยืน

                ทั้งนี้ตามกรอบแนวทางของแผนปฎิบัติการลิมา (Lima Action Plan) ที่พื้นที่ชีวมณฑลทุกแห่งใช้เป็นแนวทางในการจัดการพื้นที่เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนนั้นมุ่งเน้นให้พื้นที่สงวนชีวมณฑลได้รับการยอมรับในฐานะแหล่งนิเวศบริการรวมถึงการผลักดันให้เกิดการดำเนินการตามกลไกที่คล้ายคลึงกับกลไกการจ่ายค่าตอบแทนบริการทางระบบนิเวศ (Payment for Ecosystem Services: PES)และสนับสนุนให้ดำเนินโครงการเพื่อการป้องกันจัดการและส่งเสริมชนิดพันธุ์และสายพันธุ์ที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมและสนับสนุนบทบาทของนิเวศบริการในพื้นที่สงวนชีวมณฑล ดังนั้นเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการปฎิบัติตามแผนปฎิบัติการลิมา เห็นสมควรจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อผลักดันการนำระบบการจ่ายค่าตอบแทนบริการทางระบบนิเวศมาใช้ในพื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา - คอกม้า เพื่อวิเคราะห์ศักยภาพของผู้ประกอบการและชุมชนในพื้นที่ในการนำกลไกการจ่ายค่าตอบแทนบริการทางระบบนิเวศมาสนับสนุนการบริหารจัดการพื้นที่สงวนชีวมณฑลอย่างยั่งยืนในอนาคต

วัตถุประสงค์

  1.           2.1 เพื่อสื่อสารถึงความสำคัญของพื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา - คอกม้า ให้กับผู้ประกอบการและชุมชนในพื้นที่

              2.2 เพื่อประชาสัมพันธ์แนวคิดเรื่องกลไกการจ่ายค่าตอบแทนบริการทางระบบนิเวศ (Payment for Ecosystem Services: PES) ให้กับผู้ประกอบการและชุมชนในพื้นที่

              2.3 เพื่อระดมความคิดจากผู้ประกอบการและชุมชนในพื้นที่ที่มีศักยภาพ หาแนวทางสร้างข้อตกลงร่วมกันในการดำเนินกิจกรรมการจ่ายค่าตอบแทนบริการทางระบบนิเวศในพื้นที่

เนื้อหาของการประชุม

         เพื่อสื่อสารถึงความสำคัญของพื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา - คอกม้าและประชาสัมพันธ์แนวคิดเรื่องกลไกการจ่ายค่าตอบแทนบริการทางระบบนิเวศ (Payment for Ecosystem Services: PES) ให้กับผู้ประกอบการและชุมชนในพื้นที่รวมถึงระดมความคิดเพื่อหาแนวทางสร้างข้อตกลงร่วมกันในการดำเนินกิจกรรมการจ่ายค่าตอบแทนบริการทางระบบนิเวศในพื้นที่ โดยมีเนื้อหาในการประชุมเชิงปฎิบัติการดังนี้

ระยะเวลาดำเนินการ

วันที่ 18 กันยายน 2560

สถานที่ดำเนินการ

ณ สำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลโป่งแยง

อำเภอแม่ริม  จังหวัดเชียงใหม่

การประชุมเชิงปฏิบัติการเครือข่ายลุ่มน้ำแม่ขนิน-แม่ท่าช้าง


หลักการและเหตุผล

          พื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา - คอกม้า ได้รับการประกาศจากองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization: UNESCO) ให้เป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑลเมื่อปี 2520 นับเป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑลที่เป็นตัวแทนของระบบนิเวศป่าดิบเขาที่มีบทบาทสำคัญในการศึกษาและวิจัยทางด้านลุ่มน้ำและอุทกวิทยา และเป็นต้นแบบของการจัดการลุ่มน้ำของประเทศไทยรวมทั้งเป็นแหล่งที่มีความหลากหลายทางชีวภาพทั้งชนิดพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์ เป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางด้านวัฒนธรรม และช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงใหม่จากสถานการณ์ปัจจุบันในพื้นที่พบว่า พื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา - คอกม้าเป็นพื้นที่ป่าใหญ่ที่ใกล้เมืองที่สุด ประกอบด้วยผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่หลากหลายกลุ่ม มีอัตราการเจริญของเมืองอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดการใช้ประโยชน์พื้นที่สูงมาก หากไม่มีการสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ให้กับชุมชนในพื้นที่แล้ว จะส่งผลต่อความเสียหายของระบบนิเวศในอนาคต ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องสร้างเครือข่ายชุมชนเพื่อการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนในระดับลุ่มน้ำ เนื่องจากพื้นที่ลุ่มน้ำมีขอบเขตที่ชัดเจนในการจัดการบริการทางระบบนิเวศน์ที่เอื้อประโยชน์ต่อชุมชน กิจกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ต้นน้ำ ล้วนส่งผลกระทบต่อกลางน้ำและปลายน้ำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

          โครงการมนุษย์และชีวมณฑล พื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา - คอกม้า พิจารณาแล้วเห็นว่า จัดทำข้อมูลชุมชนและข้อมูลทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา คอกม้าเพื่อวิเคราะห์จุดแข็ง - จุดอ่อนของชุมชน รวมถึงปัญหาทรัพยากรธรรมชาติในลุ่มน้ำแม่ท่าช้าง - แม่ขนินและการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการการจัดทำแผนเครือข่ายลุ่มน้ำเพื่อการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนจะทำให้สามารถสร้างเครือข่ายพื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา - คอกม้าที่ประกอบด้วยตัวแทนจากทุกภาคส่วน และกำหนดกรอบทิศทางการทำงาน อันจะนำไปสู่การมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ร่วมกัน ซึ่งจะทำให้เกิดการใช้ทรัพยากรในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืนเป็นไปตามกรอบแนวทางแผนปฎิบัติการลิมา (Lima Action Plan) ที่พื้นที่ชีวมณฑลทุกแห่งใช้เป็นแนวทางในการจัดการพื้นที่เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในอนาคต

วัตถุประสงค์

          2.1 เพื่อทบทวนสถานการณ์การจัดการทรัพยากรธรรมชาติระดับชุมชนของพื้นที่สงวนชีวมณฑล
แม่สา - คอกม้าในลุ่มน้ำแม่ท่าช้าง - แม่ขนิน

          2.2 เพื่อจัดทำแผนเครือข่ายลุ่มน้ำเพื่อการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนเครือข่ายพื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา - คอกม้าในลุ่มน้ำแม่ท่าช้าง - แม่ขนิน เพื่อแก้ปัญหาในพื้นที่ร่วมกัน

          2.3 เพื่อสื่อสารถึงความสำคัญของพื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา - คอกม้า และสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ให้กับชุมชนในพื้นที่

เป้าหมาย

         ผู้นำชุมชนและตัวแทนผู้มีส่วนได้เสียในลุ่มน้ำแม่ท่าช้าง - แม่ขนินจำนวน 35 คน

วิธีการดำเนินงาน

              จัดประชุมเชิงปฎิบัติการการจัดทำแผนเครือข่ายลุ่มน้ำเพื่อการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนเครือข่ายพื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา - คอกม้า ในลุ่มน้ำแม่ท่าช้าง - แม่ขนิน

รายละเอียดการดำเนินงาน

        1. แนะนำโครงการมนุษย์และชีวมณฑล พื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา – คอกม้า

ผู้จัดการพื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา – คอกม้า ได้บรรยายเกี่ยวกับความสำคัญของพื้นที่สงวนชีวมณฑล บอกถึงความสำคัญของพื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา – คอกม้า กรอบการทำงานของพื้นที่สงวนชีวมณฑลตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และสถานการณ์ของทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่

ทบทวนสถานการณ์การจัดการทรัพยากรธรรมชาติระดับชุมชนและเครือข่าย

        2. การทบทวนสถานการณ์การจัดการทรัพยากรธรรมชาติระดับชุมชนและเครือข่าย ลักษณะของการดำเนินคือ จะมีแผนที่หมู่บ้านภายในลุ่มน้ำแม่ขนิน – แม่ท่าช้าง และให้ผู้เข้าร่วมประชุมนำสติกเกอร์มาติดลงบนแผนที่ลุ่มน้ำว่าตนอยู่ส่วนใดของแผนที่ จากนั้นจะมีการแบ่งกลุ่มการระดมความคิดเห็นเป็นหมู่บ้าน โดยให้แต่ละหมู่บ้านวาดรูปลักษณะการใช้พื้นที่ของชุมชนตนเอง และให้ช่วยกันระดมความคิดเห็นเพื่อวิเคราะห์ปัญหาในพื้นที่ในหัวข้อ

2.1.ชุมชน : ที่ตั้งสถานที่สำคัญ

: พื้นที่ทำกิน / รูปแบบ (นา/ไร่/สวน)

: สถานการณ์ (สภาพ / กิจกรรม) ปัญหา

2.2 ททรัพยากร : ป่าไม้ แหล่งน้ำ

: สถานการณ์ (สภาพ / กิจกรรม / การใช้ประโยชน์)

2.3 ผู้ที่เข้ามาเกี่ยวข้อง (ทำกิจกรรม / ใช้ประโยชน์ / สนับสนุน ) ปัญหาในชุมชน การดูแลรักษาป่าต้นน้ำ การใช้ประโยชน์จากพื้นที่ป่า และองค์กรที่เข้ามาสนับสนุนชุมชน

จากการทำกิจกรรมทบทวนสถานการณ์การจัดการทรัพยากรธรรมชาติระดับชุมชน จะพบว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชนคือ ในหน้าแล้ง น้ำที่ชาวบ้านจำเป็นต้องใช้ไม่พียงพอต่อความต้องการ ได้รับผลกระทบจากไฟป่า พื้นที่ดินทำกินไม่เพียงพอต่อความต้องการ ปัญหาน้ำเสียทั้งจากภาคธุรกิจและภาคการเกษตร การที่พื้นที่ป่าลดลงจากการรุกล้ำพื้นที่ป่าเพื่อทำการเกษตร บุกรุกจากการหาของป่า ในด้านสังคมปัญหาที่ชาวบ้านพบคือ ปัญหาขยะและปัญหายาเสพติด

การดูแลรักษาป่าต้นน้ำ มักจะเป็นกิจกรรมที่คล้ายๆกันในทุกหมู่บ้าน คือ การปลูกป่า ทำแนวกันไฟ บวชป่า การเลี้ยงผีขุนน้ำ การทำฝายกักเก็บน้ำ

การใช้ประโยชน์จากพื้นที่ป่า ชาวบ้านมักจะมีการเข้าป่าเพื่อเก็บหาของป่าทั้งนำมาบริโภคและนำมาขาย การนำทรัพยากรป่าไม้มาใช้สอยในชีวิตประจำวัน

กลุ่มหรือหน่วยงานที่เข้ามามีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมในชุมชนต่างๆ จะมีความแตกต่างกันไปในแต่ละหมู่บ้าน เป็นหน่วยงานราชการ เช่น โครงการหลวง หน่วยจัดการต้นน้ำ เทศบาล อุทยาน กลุ่มภายในหมู่บ้าน เช่น เครือข่ายลุ่มน้ำแม่ท่าช้าง กลุ่มอนุรักษ์ป่าออบขาน คณะกรรมการหมู่บ้าน ภาคธุรกิจที่เข้ามามีส่วนร่วม เช่น ปางช้าง โรงแรมต่างๆ เป็นต้น   

        3. วิเคราะห์สถานการณ์เครือข่าย (ภัยคุกคามต่อทรัพยากร ปัญหา ข้อจำกัด ความท้าทาย และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในระดับเครือข่าย)

จัดให้มีการนำปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ทั้งหมดมาแบ่งปัญหาของพื้ฃนที่ลุ่มน้ำ โดยหัวข้อการวิเคราะห์เป็น 4 ด้านหลัก นโยบายและเครือข่าย/ความร่วมมือกับองค์กร เศรษฐกิจ สังคม และทรัพยากร

การประชุมเชิงปฏิบัติการเครือข่ายลุ่มน้ำสะเมิง


หลักการและเหตุผล

          พื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา - คอกม้า ได้รับการประกาศจากองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization: UNESCO) ให้เป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑลเมื่อปี 2520 นับเป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑลที่เป็นตัวแทนของระบบนิเวศป่าดิบเขาที่มีบทบาทสำคัญในการศึกษาและวิจัยทางด้านลุ่มน้ำและอุทกวิทยา และเป็นต้นแบบของการจัดการลุ่มน้ำของประเทศไทยรวมทั้งเป็นแหล่งที่มีความหลากหลายทางชีวภาพทั้งชนิดพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์ เป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางด้านวัฒนธรรม และช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงใหม่จากสถานการณ์ปัจจุบันในพื้นที่พบว่า พื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา - คอกม้าเป็นพื้นที่ป่าใหญ่ที่ใกล้เมืองที่สุด ประกอบด้วยผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่หลากหลายกลุ่ม มีอัตราการเจริญของเมืองอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดการใช้ประโยชน์พื้นที่สูงมาก หากไม่มีการสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ให้กับชุมชนในพื้นที่แล้ว จะส่งผลต่อความเสียหายของระบบนิเวศในอนาคต ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องสร้างเครือข่ายชุมชนเพื่อการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนในระดับลุ่มน้ำ เนื่องจากพื้นที่ลุ่มน้ำมีขอบเขตที่ชัดเจนในการจัดการบริการทางระบบนิเวศน์ที่เอื้อประโยชน์ต่อชุมชน กิจกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ต้นน้ำ ล้วนส่งผลกระทบต่อกลางน้ำและปลายน้ำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

          โครงการมนุษย์และชีวมณฑล พื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา - คอกม้า พิจารณาแล้วเห็นว่า จัดทำข้อมูลชุมชนและข้อมูลทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา คอกม้าเพื่อวิเคราะห์จุดแข็ง - จุดอ่อนของชุมชน รวมถึงปัญหาทรัพยากรธรรมชาติในลุ่มน้ำแม่ท่าช้าง - แม่ขนินและการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการการจัดทำแผนเครือข่ายลุ่มน้ำเพื่อการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนจะทำให้สามารถสร้างเครือข่ายพื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา - คอกม้าที่ประกอบด้วยตัวแทนจากทุกภาคส่วน และกำหนดกรอบทิศทางการทำงาน อันจะนำไปสู่การมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ร่วมกัน ซึ่งจะทำให้เกิดการใช้ทรัพยากรในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืนเป็นไปตามกรอบแนวทางแผนปฎิบัติการลิมา (Lima Action Plan) ที่พื้นที่ชีวมณฑลทุกแห่งใช้เป็นแนวทางในการจัดการพื้นที่เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในอนาคต

วัตถุประสงค์

          2.1 เพื่อทบทวนสถานการณ์การจัดการทรัพยากรธรรมชาติระดับชุมชนของพื้นที่สงวนชีวมณฑล
แม่สา - คอกม้าในลุ่มน้ำสะเมิง

          2.2 เพื่อจัดทำแผนเครือข่ายลุ่มน้ำเพื่อการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนเครือข่ายพื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา - คอกม้าในลุ่มน้ำสะเมิง เพื่อแก้ปัญหาในพื้นที่ร่วมกัน

          2.3 เพื่อสื่อสารถึงความสำคัญของพื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา - คอกม้า และสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ให้กับชุมชนในพื้นที่

เป้าหมาย

         ผู้นำชุมชนและตัวแทนผู้มีส่วนได้เสียในลุ่มน้ำสะเมิงจำนวน 35 คน

วิธีการดำเนินงาน

การจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ การจัดทำแผนเครือข่ายลุ่มน้ำเพื่อการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เครือข่ายพื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา – คอกม้า ในลุ่มน้ำสะเมิง ประกอบไปด้วยเนื้อหาในการจัดกิจกรรมดังนี้

  1. แนะนำโครงการมนุษย์และชีวมณฑล พื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา – คอกม้า
  2. ทบทวนสถานการณ์การจัดการทรัพยากรธรรมชาติระดับชุมชนและเครือข่าย
  3. วิเคราะห์สถานการณ์เครือข่าย (ภัยคุกคามต่อทรัพยากร ปัญหา ข้อจำกัด ความท้าทาย และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในระดับเครือข่าย) การวิเคราะห์สถานการณ์ลุ่มน้ำ จะทำการแบ่งกลุ่มระดมความคิดเห็น
  4. การกำหนดวิสัยทัศน์และวัตถุประสงค์ของเครือข่ายพื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา - คอกม้า ในลุ่มน้ำสะเมิง
  5. การกำหนดยุทธศาสตร์และกิจกรรมของเครือข่าย   
  6. ระดมความคิดเห็นเพื่อจัดทำแผนเครือข่ายลุ่มน้ำเพื่อการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนเครือข่ายพื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา- คอกม้าในลุ่มน้ำสะเมิง     
  7. การกำหนดข้อตกลงและกลไกการบริหารจัดการเครือข่าย/กำหนดแนวทางการนำแผนไปสู่การปฏิบัติร่วมกัน    

รายละเอียดการดำเนินงาน

        1. แนะนำโครงการมนุษย์และชีวมณฑล พื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา – คอกม้า

ผู้จัดการพื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา – คอกม้า ได้บรรยายเกี่ยวกับความสำคัญของพื้นที่สงวนชีวมณฑล บอกถึงความสำคัญของพื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา – คอกม้า กรอบการทำงานของพื้นที่สงวนชีวมณฑลตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และสถานการณ์ของทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่

ทบทวนสถานการณ์การจัดการทรัพยากรธรรมชาติระดับชุมชนและเครือข่าย

        2. การทบทวนสถานการณ์การจัดการทรัพยากรธรรมชาติระดับชุมชนและเครือข่าย ลักษณะของการดำเนินคือ จะมีแผนที่หมู่บ้านภายในลุ่มน้ำสะเมิง  และให้ผู้เข้าร่วมประชุมนำสติกเกอร์มาติดลงบนแผนที่ลุ่มน้ำว่าตนอยู่ส่วนใดของแผนที่ จากนั้นจะมีการแบ่งกลุ่มการระดมความคิดเห็นเป็นหมู่บ้าน โดยให้แต่ละหมู่บ้านวาดรูปลักษณะการใช้พื้นที่ของชุมชนตนเอง และให้ช่วยกันระดมความคิดเห็นเพื่อวิเคราะห์ปัญหาในพื้นที่ในหัวข้อ

2.1.ชุมชน : ที่ตั้งสถานที่สำคัญ

: พื้นที่ทำกิน / รูปแบบ (นา/ไร่/สวน)

: สถานการณ์ (สภาพ / กิจกรรม) ปัญหา

2.2 ททรัพยากร : ป่าไม้ แหล่งน้ำ

: สถานการณ์ (สภาพ / กิจกรรม / การใช้ประโยชน์)

2.3 ผู้ที่เข้ามาเกี่ยวข้อง (ทำกิจกรรม / ใช้ประโยชน์ / สนับสนุน ) ปัญหาในชุมชน การดูแลรักษาป่าต้นน้ำ การใช้ประโยชน์จากพื้นที่ป่า และองค์กรที่เข้ามาสนับสนุนชุมชน

จากการทำกิจกรรมทบทวนสถานการณ์การจัดการทรัพยากรธรรมชาติระดับชุมชน จะพบว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชนคือ ในหน้าแล้ง น้ำที่ชาวบ้านจำเป็นต้องใช้ไม่พียงพอต่อความต้องการ ได้รับผลกระทบจากไฟป่า พื้นที่ดินทำกินไม่เพียงพอต่อความต้องการ ปัญหาน้ำเสียทั้งจากภาคธุรกิจและภาคการเกษตร การที่พื้นที่ป่าลดลงจากการรุกล้ำพื้นที่ป่าเพื่อทำการเกษตร บุกรุกจากการหาของป่า ในด้านสังคมปัญหาที่ชาวบ้านพบคือ ปัญหาขยะและปัญหายาเสพติด

การดูแลรักษาป่าต้นน้ำ มักจะเป็นกิจกรรมที่คล้ายๆกันในทุกหมู่บ้าน คือ การปลูกป่า ทำแนวกันไฟ บวชป่า การเลี้ยงผีขุนน้ำ การทำฝายกักเก็บน้ำ

การใช้ประโยชน์จากพื้นที่ป่า ชาวบ้านมักจะมีการเข้าป่าเพื่อเก็บหาของป่าทั้งนำมาบริโภคและนำมาขาย การนำทรัพยากรป่าไม้มาใช้สอยในชีวิตประจำวัน

กลุ่มหรือหน่วยงานที่เข้ามามีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมในชุมชนต่างๆ จะมีความแตกต่างกันไปในแต่ละหมู่บ้าน เป็นหน่วยงานราชการ เช่น โครงการหลวง หน่วยจัดการต้นน้ำ เทศบาล อุทยาน กลุ่มภายในหมู่บ้าน เช่น เครือข่ายลุ่มน้ำสะเมิง กลุ่มอนุรักษ์ป่าออบขาน คณะกรรมการหมู่บ้าน ภาคธุรกิจที่เข้ามามีส่วนร่วม เช่น ปางช้าง โรงแรมต่างๆ เป็นต้น   

        3. วิเคราะห์สถานการณ์เครือข่าย (ภัยคุกคามต่อทรัพยากร ปัญหา ข้อจำกัด ความท้าทาย และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในระดับเครือข่าย)

จัดให้มีการนำปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ทั้งหมดมาแบ่งปัญหาของพื้ฃนที่ลุ่มน้ำ โดยหัวข้อการวิเคราะห์เป็น 4 ด้านหลัก นโยบายและเครือข่าย/ความร่วมมือกับองค์กร เศรษฐกิจ สังคม และทรัพยากร

รายงานการประชุมคณะอนุกรรมการพื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา-คอกม้า


รายชื่ออนุกรรมการที่เข้าร่วมประชุม

1. นายชาติชาย นาคทิพวรรณ

ผู้อำนวยการส่วนจัดการต้นน้ำ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่)
แทน ผู้ว่าราชการ จ.เชียงใหม่

ประธานอนุกรรมการ

2. นายนพดล นวนพานิช

ปลัดจังหวัดเชียงใหม่

อนุกรรมการ

3. นางสาวกมลพรรณ กันทะทิพย์

ผู้แทนสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่

อนุกรรมการ

4. นางสาวศิริณา สมนึก

ผู้แทนสำนักงานพระพุทธศาสนา จังหวัดเชียงใหม่

อนุกรรมการ

5. ดร.นงนภัส พันธ์พลกฤต

ผู้แทนมหาวิทยาลัยพายัพ

อนุกรรมการ

6. ดร.สุรีรัตน์  ลักษณาวิเชียร

ผู้แทนมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

อนุกรรมการ

7. นายรุ่งโรจน์ สุนทร

ผู้แทนสำนักงานท้องถิ่น จังหวัดเชียงใหม่

อนุกรรมการ

8. พ.ต.สุระศักดิ์ ศรีสุวรรณ

ผู้แทน ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33

อนุกรรมการ

9. นางสาวกนกวรรณ แซ่อึ้ง

ผู้แทนมูลนิธิโครงการหลวง

อนุกรรมการ

10. นางสาวศิรัส เตชะอภิชาติ

ผู้แทนมูลนิธิโครงการหลวง

อนุกรรมการ

11. นางจรวยพร สมบูรณ์

ผู้แทนสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬา จังหวัดเชียงใหม่

อนุกรรมการ

12. ดร.วิรดา สาริกบุตร

สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว จังหวัดเชียงใหม่

อนุกรรมการ

13. ดร.นฤดล สาริกบุตร

สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว จังหวัดเชียงใหม่

อนุกรรมการ

14. ดร.ปิยะรัตน์ นุกุลการ

สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว จังหวัดเชียงใหม่

อนุกรรมการ

15. นางทานตะวัน ดีงาม

บริษัท ทิปโก้ฟูดส์ จำกัด (มหาชน)

อนุกรรมการ

 

ผู้แทนองค์กรภาคเอกชนในจังหวัดเชียงใหม่

อนุกรรมการ

16. นายมาโนช การพนักงาน

แทน ผู้อำนวยการสำนักงานพิงคนร

อนุกรรมการ

17. นางสาวกนกวรรณ สมนา

ปลัดอำเภอเมืองเมือง แทนนายอำเภอเมืองเชียงใหม่

อนุกรรมการ

18. นายทรงศักดิ์ มาอู๋

นายอำเภอหางดง

อนุกรรมการ

19. นายเกษมศักดิ์ สุนทรพันธุ์

ปลัดอำเภอสะเมิง แทน นายอำเภอสะเมิง

อนุกรรมการ

20. นางจริยา โปร่งใจ

แทน ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 (เชียงใหม่)

อนุกรรมการ

21. นางสาววิมลมาศ นุ้ยภักดี

ผู้จัดการพื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา-คอกม้า

อนุกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

22. นางศิรประภา คำใบ

หัวหน้ากลุ่มงานวิชาการสำนักบริหารพื้นที่

อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่)

อนุกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

23. นายกริชสยาม คงสตรี

หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย

อนุกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

24. นายปิยะพงศ์ ศรไชย

แทน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติออบขาน

อนุกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

25. นายสิทธิ วิมาลา

หัวหน้าอุทยานแห่งชาติขุนขาน

อนุกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

เนื้อหาของการประชุม

        1. เรื่องประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบ

        2. แนะนำพื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา-คอกม้า

2.2 ยุทธศาสตร์โครงการมนุษย์และชีวมณฑล พ.ศ. 2558 – 2568 และแผนปฏิบัติการลิมา (Lima Action Plan)

2.3 ร่างยุทธศาสตร์การบริหารจัดการพื้นที่สงวนชีวมณฑลประเทศไทย
พ.ศ.๒๕60 - พ.ศ.๒๕๗0 และบทบาทของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพืช ต่อการจัดการพื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา – คอกม้า ในอนาคต

2.4 การเตรียมความพร้อมในโอกาสที่ประเทศไทยได้รับการคัดเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดประชุมเครือข่ายพื้นที่สงวนชีวมณฑลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Southeast Asian Biosphere Reserve Network : SeaBRnet) ครั้งที่ 11 ในปี พ.ศ. 2561 ณ จังหวัดเชียงใหม่

        3. เรื่องเพื่อพิจารณา

3.1 ร่างแผนการจัดการพื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา – คอกม้า

3.2 การจัดทำกองทุนพื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา – คอกม้า

3.3 รับฟังคำแนะนำจากคณะอนุกรรมการเพื่อการนำดำเนินงานให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ตามการจัดตั้ง

สรุปการประชุม

  1.        1. ประธานอนุกรรมการให้เลขานุการฯ ทำสรุปการประชุม หากเสร็จแล้วให้ทำการการแจ้งผลการประชุมให้คณะอนุกรรมการทราบ และให้มีการนำสรุปการประชุม รายงานกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

       2. ประธานอนุกรรมการให้เลขานุการฯ จัดทำร่างคณะทำงานตามที่ได้มีการเสนอในที่ประชุม เสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ทราบในเบื้องต้น

ระยะเวลาดำเนินการ

วันที่ 28 กันยายน 2560

สถานที่ดำเนินการ

กรีนเลครีสอร์ท อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่