Benxi
ผลการดำเนินการ 2561

โครงการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเครือข่ายชุมชนพื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา – คอกม้า ครั้งที่ 1/2561

ข้อมูลโครงการ

หลักการและเหตุผล

            พื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา - คอกม้า ได้รับการประกาศจากองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization: UNESCO) ให้เป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑลเมื่อปี 2520 นับเป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑลที่เป็นตัวแทนของระบบนิเวศป่าดิบเขา  ที่มีบทบาทสำคัญในการศึกษาและวิจัยทางด้านลุ่มน้ำและอุทกวิทยา และเป็นต้นแบบของการจัดการลุ่มน้ำของประเทศไทยรวมทั้งเป็นแหล่งที่มีความหลากหลายทางชีวภาพทั้งชนิดพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์ เป็นพื้นที่     ที่มีความหลากหลายทางด้านวัฒนธรรม และช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงใหม่จากสถานการณ์ปัจจุบันในพื้นที่พบว่า พื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา - คอกม้าเป็นพื้นที่ป่าใหญ่ที่ใกล้เมืองที่สุด ประกอบด้วยผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่หลากหลายกลุ่ม มีอัตราการเจริญของเมืองอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดการใช้ประโยชน์พื้นที่สูงมาก หากไม่มี การสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ให้กับชุมชนในพื้นที่แล้ว จะส่งผลต่อความเสียหายของระบบนิเวศในอนาคต ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องสร้างเครือข่ายชุมชนเพื่อการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนในระดับลุ่มน้ำ เนื่องจากพื้นที่ลุ่มน้ำมีขอบเขตที่ชัดเจนในการจัดการบริการทางระบบนิเวศน์ที่เอื้อประโยชน์ต่อชุมชน กิจกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ต้นน้ำ ล้วนส่งผลกระทบต่อกลางน้ำและปลายน้ำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

            โครงการมนุษย์และชีวมณฑล พื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา - คอกม้า พิจารณาแล้วเห็นว่า จากการประชุม เชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำแผนเครือข่ายลุ่มน้ำเพื่อการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน   ในปี 2560 จะสามารถนำมาต่อยอด เพื่อสร้างความต่อเนื่องของเครือข่ายพื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา – คอกม้า  ที่ประกอบด้วยตัวแทนจากทุกภาคส่วน ทุกลุ่มน้ำย่อย และร่วมกันกำหนดกรอบทิศทางการทำงาน อันจะนำ ไปสู่การมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ร่วมกัน ซึ่งจะทำให้เกิดการใช้ทรัพยากรในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืนเป็นไปตามกรอบแนวทางแผนปฏิบัติการลิมา (Lima Action Plan) ที่พื้นที่ชีวมณฑลทุกแห่งใช้เป็นแนวทาง ในการจัดการพื้นที่เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในอนาคต

วัตถุประสงค์

2.1 เพื่อทบทวนสถานการณ์การจัดการทรัพยากรธรรมชาติระดับชุมชนของพื้นที่สงวนชีวมณฑล   แม่สา - คอกม้า

2.2 เพื่อจัดลำดับความสำคัญของแผนเครือข่ายลุ่มน้ำในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนของเครือข่ายพื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา - คอกม้า เพื่อนำมาขับเคลื่อนแก้ปัญหาในพื้นที่ร่วมกัน

2.3 เพื่อสื่อสารถึงความสำคัญของพื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา - คอกม้า และสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ ให้กับชุมชนในพื้นที่

กลุ่มเป้าหมายและจำนวน

ผู้นำชุมชน ตัวแทนผู้มีส่วนได้เสียจากลุ่มน้ำแม่ท่าช้าง - แม่ขนิน ลุ่มน้ำแม่สา ลุ่มน้ำสะเมิงและเจ้าหน้าที่ ประสานงานชุมชนจากหน่วยจัดการต้นน้ำ จำนวน 35 คน

วิธีการดำเนินงาน

จัดประชุมเชิงปฏิบัติการการจัดทำแผนเครือข่ายลุ่มน้ำเพื่อการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนเครือข่ายพื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา - คอกม้า

เนื้อหาวิชาการประชุม

เนื้อหาวิชาการประชุม รวมจำนวน 6 ชั่วโมง

1. สถานการณ์การจัดการทรัพยากรธรรมชาติระดับชุมชนในพื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา – คอกม้า

1 ชั่วโมง 30 นานาที

2. ระดมความคิดเห็นจัดลำดับความสำคัญของกิจกรรมที่จะขับเคลื่อนในนามของเครือข่ายพื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา – คอกม้า

3 ชั่วโมง

3. กำหนดแนวทางการนำแผนไปสู่การปฏิบัติร่วมกัน

1 ชั่วโมง 30 นาที

ระยะเวลาดำเนินการ

วันที่ 16 กรกฎาคม 2561

สถานที่ดำเนินการ

คีรีธารา บูติค รีสอร์ท   อ.เมือง จ.เชียงใหม่

โครงการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเครือข่ายชุมชนพื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา – คอกม้า ครั้งที่ 2/2561

หลักการและเหตุผล

            พื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา - คอกม้า ได้รับการประกาศจากองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization: UNESCO) ให้เป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑลเมื่อปี 2520 นับเป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑลที่เป็นตัวแทนของระบบนิเวศป่าดิบเขา  ที่มีบทบาทสำคัญในการศึกษาและวิจัยทางด้านลุ่มน้ำและอุทกวิทยา และเป็นต้นแบบของการจัดการลุ่มน้ำของประเทศไทยรวมทั้งเป็นแหล่งที่มีความหลากหลายทางชีวภาพทั้งชนิดพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์ เป็นพื้นที่     ที่มีความหลากหลายทางด้านวัฒนธรรม และช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงใหม่จากสถานการณ์ปัจจุบันในพื้นที่พบว่า พื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา - คอกม้าเป็นพื้นที่ป่าใหญ่ที่ใกล้เมืองที่สุด ประกอบด้วยผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่หลากหลายกลุ่ม มีอัตราการเจริญของเมืองอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดการใช้ประโยชน์พื้นที่สูงมาก หากไม่มี การสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ให้กับชุมชนในพื้นที่แล้ว จะส่งผลต่อความเสียหายของระบบนิเวศในอนาคต ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องสร้างเครือข่ายชุมชนเพื่อการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนในระดับลุ่มน้ำ เนื่องจากพื้นที่ลุ่มน้ำมีขอบเขตที่ชัดเจนในการจัดการบริการทางระบบนิเวศน์ที่เอื้อประโยชน์ต่อชุมชน กิจกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ต้นน้ำ ล้วนส่งผลกระทบต่อกลางน้ำและปลายน้ำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

            โครงการมนุษย์และชีวมณฑล พื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา - คอกม้า พิจารณาแล้วเห็นว่า จากการประชุม เชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำแผนเครือข่ายลุ่มน้ำเพื่อการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน   ในปี 2560 จะสามารถนำมาต่อยอด เพื่อสร้างความต่อเนื่องของเครือข่ายพื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา – คอกม้า  ที่ประกอบด้วยตัวแทนจากทุกภาคส่วน ทุกลุ่มน้ำย่อย และร่วมกันกำหนดกรอบทิศทางการทำงาน อันจะนำ ไปสู่การมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ร่วมกัน ซึ่งจะทำให้เกิดการใช้ทรัพยากรในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืนเป็นไปตามกรอบแนวทางแผนปฏิบัติการลิมา (Lima Action Plan) ที่พื้นที่ชีวมณฑลทุกแห่งใช้เป็นแนวทาง ในการจัดการพื้นที่เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในอนาคต

วัตถุประสงค์

2.1 เพื่อทบทวนสถานการณ์การจัดการทรัพยากรธรรมชาติระดับชุมชนของพื้นที่สงวนชีวมณฑล   แม่สา - คอกม้า

2.2 เพื่อจัดลำดับความสำคัญของแผนเครือข่ายลุ่มน้ำในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนของเครือข่ายพื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา - คอกม้า เพื่อนำมาขับเคลื่อนแก้ปัญหาในพื้นที่ร่วมกัน

2.3 เพื่อสื่อสารถึงความสำคัญของพื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา - คอกม้า และสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ ให้กับชุมชนในพื้นที่

กลุ่มเป้าหมายและจำนวน

ผู้นำชุมชน ตัวแทนผู้มีส่วนได้เสียจากลุ่มน้ำแม่ท่าช้าง - แม่ขนิน ลุ่มน้ำแม่สา ลุ่มน้ำสะเมิงและเจ้าหน้าที่ ประสานงานชุมชนจากหน่วยจัดการต้นน้ำ จำนวน 35 คน

วิธีการดำเนินงาน

จัดประชุมเชิงปฏิบัติการการจัดทำแผนเครือข่ายลุ่มน้ำเพื่อการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนเครือข่ายพื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา - คอกม้า

เนื้อหาวิชาการประชุม

เนื้อหาวิชาการประชุม รวมจำนวน 6 ชั่วโมง

1. สถานการณ์การจัดการทรัพยากรธรรมชาติระดับชุมชนในพื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา – คอกม้า

1 ชั่วโมง 30 นานาที

2. ระดมความคิดเห็นจัดลำดับความสำคัญของกิจกรรมที่จะขับเคลื่อนในนามของเครือข่ายพื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา – คอกม้า

3 ชั่วโมง

3. กำหนดแนวทางการนำแผนไปสู่การปฏิบัติร่วมกัน

1 ชั่วโมง 30 นาที

ระยะเวลาการดำเนินการ

วันที่ 27 กันยายน 2561

สถานที่ดำเนินการ

กรีนเลค รีสอร์ท อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่

โครงการจัดประชุมคณะอนุกรรมการโครงการ ครั้งที่ 1/2561

หลักการและเหตุผล

           พื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา - คอกม้า ได้รับการประกาศจากองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization: UNESCO) ให้เป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑลเมื่อปี 2520 นับเป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑลที่เป็นตัวแทนของระบบนิเวศป่าดิบเขาที่มีบทบาทสำคัญในการศึกษาและวิจัยทางด้านลุ่มน้ำและอุทกวิทยา และเป็นต้นแบบของการจัดการลุ่มน้ำของประเทศไทยรวมทั้งเป็นแหล่งที่มีความหลากหลายทางชีวภาพทั้งชนิดพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์ เป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางด้านวัฒนธรรม และช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงใหม่โดยมุ่งหวังให้เป็นพื้นที่ต้นแบบ เพื่อให้คนรุ่นต่อไปได้เรียนรู้ว่า มนุษย์สามารถใช้องค์ความรู้ในการบริหารจัดการให้สามารถอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้คณะกรรมการโครงการมนุษย์และชีวมณฑล ของคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกษาวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการโครงการมนุษย์และชีวมณฑล ในพื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา - คอกม้า จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อกำกับดูแลและให้คำแนะนำในการดำเนินงานโครงการมนุษย์และชีวมณฑล ในพื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา - คอกม้า จังหวัดเชียงใหม่ ให้เป็นไป ตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งพื้นที่สงวนชีวมณฑล รวมถึงให้ความช่วยเหลือในการดำเนินกิจกรรมต่างๆในพื้นที่ โดยเน้นความร่วมมือกับหน่วยงานราชการ เจ้าหน้าที่ในส่วนจังหวัด และองค์กรเอกชนต่างๆ

           ดังนั้นเพื่อให้การขับเคลื่อนการดำเนินงานในพื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา - คอกม้า เป็นไปตามกรอบแนวทาง ของแผนปฎิบัติการลิมา (Lima Action Plan) ที่พื้นที่ชีวมณฑลทุกแห่งใช้เป็นแนวทางในการจัดการพื้นที่เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน จึงเห็นควรจัดประชุมคณะอนุกรรมการโครงการมนุษย์และ    ชีวมณฑล ในพื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา - คอกม้า จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อกำกับดูแลและให้คำแนะนำในการดำเนินงาน โครงการมนุษย์และชีวมณฑล ในพื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา - คอกม้า ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้ง พื้นที่สงวนชีวมณฑลต่อไป

วัตถุประสงค์

          2.1 เพื่อสื่อสารถึงความสำคัญของพื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา - คอกม้า ให้คณะอนุกรรมการโครงการมนุษย์และชีวมณฑล ในพื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา - คอกม้า จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับทราบ

          2.2 เพื่อรับฟังคำแนะนำในการดำเนินงานโครงการมนุษย์และชีวมณฑล ในพื้นที่สงวนชีวมณฑล
แม่สา - คอกม้า จังหวัดเชียงใหม่ ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งพื้นที่สงวนชีวมณฑล

          2.3 เพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานราชการ เจ้าหน้าที่ในส่วนจังหวัด และองค์กรเอกชนต่างๆ

กลุ่มเป้าหมายและจำนวน

         คณะอนุกรรมการโครงการมนุษย์และชีวมณฑล ในพื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา – คอกม้า จังหวัดเชียงใหม่

จำนวน 36 คน

วิธีการดำเนินงาน

                    จัดประชุมคณะอนุกรรมการโครงการมนุษย์และชีวมณฑล ในพื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา - คอกม้า จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อรับฟังคำแนะนำในการดำเนินงานโครงการมนุษย์และชีวมณฑล ในพื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา - คอกม้า ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งพื้นที่สงวนชีวมณฑล

เนื้อหาวิชาการประชุม

เนื้อหาวิชาการประชุม รวมจำนวน 6ชั่วโมง 30 นาที

1. แนะนำพื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา - คอกม้า

 

1 ชั่วโมง

2. ยุทธศาสตร์โครงการมนุษย์และชีวมณฑล พ.ศ. 2558 – 2568

และแผนปฏิบัติการลิมา (Lima Action Plan)

 

1 ชั่วโมง

3. ร่างยุทธศาสตร์การบริหารจัดการพื้นที่สงวนชีวมณฑลประเทศไทย

พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๐

 

1 ชั่วโมง

4. การเตรียมความพร้อม ในโอกาสที่ประเทศไทยได้รับการคัดเลือก

ให้เป็นเจ้าภาพจัดประชุมเครือข่ายพื้นที่สงวนชีวมณฑลในภูมิภาค

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Southeast Asian Biosphere Reserve

Network : SeaBRnet) ครั้งที่ 11 ในปี พ.ศ. 2561              

ณ จังหวัดเชียงใหม่

 

1 ชั่วโมง

5. รับฟังคำแนะนำในการดำเนินงานโครงการมนุษย์และชีวมณฑล  

ในพื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา - คอกม้า จังหวัดเชียงใหม่ ให้เป็นไป

ตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งพื้นที่สงวนชีวมณฑล

 

2 ชั่วโมง

6. สรุปผลการประชุม

 

30 นาที

   
   
   
   
   
  

ระยะเวลาดำเนินการ

วันที่ 19 กรกฎาคม 2561

สถานที่ดำเนินการ

คีรีธารา บูติค รีสอร์ท  อ.เมือง จ.เชียงใหม่

โครงการจัดประชุมคณะอนุกรรมการโครงการ ครั้งที่ 2/2561

หลักการและเหตุผล

           พื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา - คอกม้า ได้รับการประกาศจากองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization: UNESCO) ให้เป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑลเมื่อปี 2520 นับเป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑลที่เป็นตัวแทนของระบบนิเวศป่าดิบเขาที่มีบทบาทสำคัญในการศึกษาและวิจัยทางด้านลุ่มน้ำและอุทกวิทยา และเป็นต้นแบบของการจัดการลุ่มน้ำของประเทศไทยรวมทั้งเป็นแหล่งที่มีความหลากหลายทางชีวภาพทั้งชนิดพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์ เป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางด้านวัฒนธรรม และช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงใหม่โดยมุ่งหวังให้เป็นพื้นที่ต้นแบบ เพื่อให้คนรุ่นต่อไปได้เรียนรู้ว่า มนุษย์สามารถใช้องค์ความรู้ในการบริหารจัดการให้สามารถอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้คณะกรรมการโครงการมนุษย์และชีวมณฑล ของคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกษาวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการโครงการมนุษย์และชีวมณฑล ในพื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา - คอกม้า จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อกำกับดูแลและให้คำแนะนำในการดำเนินงานโครงการมนุษย์และชีวมณฑล ในพื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา - คอกม้า จังหวัดเชียงใหม่ ให้เป็นไป ตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งพื้นที่สงวนชีวมณฑล รวมถึงให้ความช่วยเหลือในการดำเนินกิจกรรมต่างๆในพื้นที่ โดยเน้นความร่วมมือกับหน่วยงานราชการ เจ้าหน้าที่ในส่วนจังหวัด และองค์กรเอกชนต่างๆ

           ดังนั้นเพื่อให้การขับเคลื่อนการดำเนินงานในพื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา - คอกม้า เป็นไปตามกรอบแนวทาง ของแผนปฎิบัติการลิมา (Lima Action Plan) ที่พื้นที่ชีวมณฑลทุกแห่งใช้เป็นแนวทางในการจัดการพื้นที่เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน จึงเห็นควรจัดประชุมคณะอนุกรรมการโครงการมนุษย์และ    ชีวมณฑล ในพื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา - คอกม้า จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อกำกับดูแลและให้คำแนะนำในการดำเนินงาน โครงการมนุษย์และชีวมณฑล ในพื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา - คอกม้า ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้ง พื้นที่สงวนชีวมณฑลต่อไป

วัตถุประสงค์

          2.1 เพื่อสื่อสารถึงความสำคัญของพื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา - คอกม้า ให้คณะอนุกรรมการโครงการมนุษย์และชีวมณฑล ในพื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา - คอกม้า จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับทราบ

          2.2 เพื่อรับฟังคำแนะนำในการดำเนินงานโครงการมนุษย์และชีวมณฑล ในพื้นที่สงวนชีวมณฑล
แม่สา - คอกม้า จังหวัดเชียงใหม่ ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งพื้นที่สงวนชีวมณฑล

          2.3 เพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานราชการ เจ้าหน้าที่ในส่วนจังหวัด และองค์กรเอกชนต่างๆ

กลุ่มเป้าหมายและจำนวน

         คณะอนุกรรมการโครงการมนุษย์และชีวมณฑล ในพื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา – คอกม้า จังหวัดเชียงใหม่

จำนวน 36 คน

วิธีการดำเนินงาน

                    จัดประชุมคณะอนุกรรมการโครงการมนุษย์และชีวมณฑล ในพื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา - คอกม้า จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อรับฟังคำแนะนำในการดำเนินงานโครงการมนุษย์และชีวมณฑล ในพื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา - คอกม้า ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งพื้นที่สงวนชีวมณฑล

เนื้อหาวิชาการประชุม

เนื้อหาวิชาการประชุม รวมจำนวน 6ชั่วโมง 30 นาที

1. แนะนำพื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา - คอกม้า

 

1 ชั่วโมง

2. ยุทธศาสตร์โครงการมนุษย์และชีวมณฑล พ.ศ. 2558 – 2568

และแผนปฏิบัติการลิมา (Lima Action Plan)

 

1 ชั่วโมง

3. ร่างยุทธศาสตร์การบริหารจัดการพื้นที่สงวนชีวมณฑลประเทศไทย

พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๐

 

1 ชั่วโมง

4. การเตรียมความพร้อม ในโอกาสที่ประเทศไทยได้รับการคัดเลือก

ให้เป็นเจ้าภาพจัดประชุมเครือข่ายพื้นที่สงวนชีวมณฑลในภูมิภาค

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Southeast Asian Biosphere Reserve

Network : SeaBRnet) ครั้งที่ 11 ในปี พ.ศ. 2561              

ณ จังหวัดเชียงใหม่

 

1 ชั่วโมง

5. รับฟังคำแนะนำในการดำเนินงานโครงการมนุษย์และชีวมณฑล  

ในพื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา - คอกม้า จังหวัดเชียงใหม่ ให้เป็นไป

ตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งพื้นที่สงวนชีวมณฑล

 

2 ชั่วโมง

6. สรุปผลการประชุม

 

30 นาที

   
   
   
   
   
  

ระยะเวลาการดำเนินการ

วันที่ 26 กันยายน 2561

สถานที่ดำเนินการ

โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ เชียงใหม่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่